วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2559

ตำนานการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช"เจ้าคุณเบอร์ลิน"10.03.2016

"สมเด็จช่วง"
ไม่ใช่แค่หลวงตาช่วงวัดปากน้ำ 

หากรัฐบาลแก้ปัญหาไม่รอบคอบ นับว่าอันตรายยิ่งต่อประเทศ.
- เบื้องต้น ผมขอชี้แจงก่อนครับว่า ทีมงานผมได้ประเมินสถานการณ์ล่าสุด ของปัญหาสงฆ์เมื่อวานนี้ ได้มีมติร่วมกันว่า เรื่องชี้แจง พรบ. คณะสงฆ์ และขั้นตอน การสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ตาม พรบ. สงฆ์ ที่ต้องยึด ธรรมวินัย กฏหมาย และจารีตประเพณี นั้น. 
๑.น่าจะเพียงพอแล้ว 
๒.เพราะที่โพสต์ไปทั้งหมดนั้น มีความละเอียด แจ่มแจ้งสมบูรณ์ครบทุกอย่างแล้ว.
๓.เพจผมจะไม่ขอพูดอีกแล้ว

เพราะถึงขั้นนี้แล้ว หาก ผู้เกี่ยวข้องเขายังจะ "เข้าพวก" ดันขืนที่จะดำเนินการ ต่อไปตามธงเขานั้น.
ประชาชนเจ้าของแผ่นดิน ก็คงไม่มีอำนาจจะไปยับยั้งอำนาจของเขาได้แล้วแหละครับ.
ต่อจากนี้ไป พวกเราชาวพุทธทุกคน ก็คงได้แต่ภาวนาว่า "ขอให้เหตุการณ์ร้าย ๆ กลับกลายเป็นดี ไว ๆ ด้วยเทอญฯ"
แนวทาง เพจ เจ้าคุณเบอร์ลิน นับจากนี้เป็นต้นไปจะจับจุดใหญ่ ๆ ไว้ ๓ เรื่อง คือ
๑. การเปิดเผยผู้อยู่เบื้องหลังเกมส์นี้ ให้สังคมได้รับทราบ และรู้เท่าทัน.
๒. การเปิดเผย คน (พระ) ที่คอยชงเกมส์ (บงการ) และคน (พระ) ที่รอส้มหล่นขึ้นแท่นสังฆราชแทน 
หากสมเด็จช่วงพลาด.
๓. จะต้องโดดเดี่ยว ลอกคาบ แก๊งค์ทำลายศาสนา ไปทีละคน.
๓ เรื่องนี้ คือเป้าหลัก ของ โพสต์ เจ้าคุณเบอร์ลิน เปิดเผยกันตรง ๆ ไปเลย.  หนีผมให้พ้นก็แล้วกัน หากคิดว่าปิดอยู่ หรือไอ้ที่คิดว่าไม่มีใครรู้เห็น หรือไล่ไม่ทันนั้น ขอบอกสั้น ๆ ว่า 
"ท่านคิดผิดครับ"

- ความกลัวผมนั้น ไม่มีครับเรื่องแบบนี้ ผมถือว่าผมได้บุญทุกครั้งที่โพสต์ครับ ไม่มีท้อใด ๆ ทั้งสิ้น แรงไม่มีตก มีแต่เพิ่มทุกวัน  ผมไม่ปล่อยพวกท่านลอยนวลทำลายสงฆ์ ทำลายศาสนาได้ง่าย ๆ แน่ เกมส์มาก็เกมส์ไป มืดมาก็มืดไป หากสว่าง หรือดีมา ก็ดีไป ก็เท่านั้น.

- เรื่องอื่นผมไม่สน ไม่ต้องเอามาขู่ผมว่า "จะกลับไทยไม่ได้" หรือผมทำเพื่อหวัง ลาภ ยศ สรรเสริญ เรื่องนี้ผมตัดไปนานแล้ว ตั้งแต่ขึ้นเวทีนี้. ไม่ใช่ตัดกิเลสได้หรอก ครับ แต่นี่คือความจริง. ในเมื่อเราเลือกที่จะปกป้องภัยศาสนา ออกมาชนคนพาลแบบนี้ ถึงหวังก็ไม่ได้อยู่แล้วเรื่องแบบนี้ อันนี้ไม่ต้องนำมาโจมตีผมให้เสียเวลา เพราะมาถึงตรงนี้ แค่ลำพังเมืองไทย ยังกลับยากเลย. 
- แค่ว่า หากกลับไป จะไปหาใครได้ เดินกับใคร อยู่ใกล้ใคร เขาก็จะพลอยเดือดร้อนไปกับเราแน่  เรื่องแบบนี้ทำไมผมจะไม่รู้ แต่ผมก็สละตรงนี้ไป ผมไม่เสียดาย ....
"หากแลกกับการต่ออายุพระศาสนา ในประเทศไทยให้ยาวไปอีก"
ผลมันก็เกินคุ้มครับ

- ที่ผมนำมาพูดเสียยาววันนี้ เพราะผมโดนขู่มา ๒ - ๓ รอบแล้วใน ๒ อาทิตย์นี้ครับ แม้แต่เจ้าคุณประสาร แกก็ปรารภมา ว่า "อยู่ไทยลำบากขึ้นทุกวันแล้ว"ผมก็เลยเปิดหน้าเล่นไปเลย ว่า ต่อจากนี้ "มึงระวังเรื่องนี้ไว้นะ" แฟร์ ๆ กันไปเลย.

- ตอนนี้ ทั้งข้อมูล ทั้งเกาะป้องกันตนเอง (ในต่างประเทศ) ผมพร้อม เกิน ๘๐ เปอร์เซ็นแล้วครับ รอจังหวะเวลาที่เหมาะสมเท่านั้น ผมเริ่มแน่.
- แต่การดำเนินการเรื่องใหญ่เช่นนี้ ใช่ว่าจะทำได้ง่าย ๆ เพราจะต้องมีการวางแผนอย่างแนบเนียบ และดำเนินการไปตามขั้นตอน ที่ละขั้น จะประมาทไม่ได้โดยประการทั้งปวง       ดังเป็นที่ทราบว่า แก๊งค์นี้ไม่ธรรมดา ผมมาเปิดเผยการดำเนินการของเพจ เจ้าคุณเบอร์ลิน และทีมงาน ตรง ๆ ไปแบบนี้.

- ผมก็คิดว่า ฝ่ายตรงข้ามผม มันจะต้องตั้งท่ากันรอแล้วแหละ  ก็มาพิสูจน์กันครับว่า "ใครมันจะแผลมากกว่ากัน".ชาวบ้านเขา จะได้รู้เรื่องจริงกันสักที กับพระดี หรือ ผู้ดีจอมปลอม ที่หลอกสังคมมานาน.

เข้าเรื่องที่จั๋วหัวข้อไว้
กรณี หลวงพ่อสมเด็จ ช่วง วัดปากน้ำ กทม. นั้น....................
สมเด็จช่วง วัดปากน้ำ กทม...................
เรื่อง ทางโลก................
- ผมเคยตั้งข้อสมมติในใจนานแล้วว่ากรณีเรื่อง "รถหรู" ของ ดีเอสไอ ที่กล่าวหา หลวงพ่อสมเด็จ วัดปากน้ำนั้น.
๑. หากถึงที่สุดแล้ว และปรากฏว่า หลวงพ่อไม่ผิด หรือผิดเล็กน้อยนั้น ถึงตอนนั้น ใครจะเป็นคนรับผิดชอบได้ เพราะเรื่องนี้มันใหญ่มาก มากเกินกว่าใคร ๆ หรือคนธรรมดา หรือประเทศไทยจะรับผิดชอบได้.
ใครจะรับผิดชอบ รัฐบาล หรือดีเอสไอ หรือ ผู้มีส่วนทุกฝ่าย.
จะทดแทนอย่างไร ด้วยวิธีไหน.
พวกคุณรับไหวหรือ.
๒. สมมติว่า ที่สุดแล้ว ทั้งที่ มติ มส. ดำเนินมาถูกต้องทุกอย่างแล้วนั้น. แต่หากมีเหตุที่หลวงพ่อสมเด็จช่วง ก็ไม่ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชสักที โดยขั้นตอนตรงนี้ อยู่ที่รัฐบาลแล้วนั้น.สมมติว่า หลวงพ่อสมเด็จช่วง สิ้นบุญ (ไม่ได้แช่ง แต่พูดในหลักอนิจจัง)  ถามว่าความผิดพลาดที่ใหญ่ขนาดนี้ จะหาใครจะรับผิดชอบได้ มันย่อมเกินกว่าที่ใคร ๆ จะรับผิดชอบได้นะครับ.

- เพราะอย่าลืมว่า พระพุทธศาสนานั้น เป็นสมบัติของชาวพุทธทั้งโลก ชาวพุทธทั่วโลกนับถือกันทั่ว.
- ดังนั้น ในความเป็นจริง ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ ก็คือ หลวงพ่อสมเด็จช่วงนั้น 
ย่อมไม่หลวงพ่อช่วง มหาช่วง แห่งวัดวัดปากน้ำ กทม
เพียงเท่านั้นไม่
ทั้งไม่ใช่ 
สมเด็จพระสังฆราชช่วง แห่งประเทศไทยเท่านั้นด้วย
แต่เป็น
สมเด็จช่วง ที่หมายถึง ผู้ดำรงตำแหน่ง 
ประมุขสงฆ์ ฝ่ายเถรวาท ที่ประจำอยู่ที่ประเทศไทย.
เป็นตัวแทน เป็นสัญลักษณ์ แห่งนิกายเถรวาททั้งหมด ที่สุดเป็นหน้าเป็นตาของประเทศไทยโดย.ที่สำคัญ สมเด็จช่วงรูปนี้ เป็นที่รู้จัก เป็นที่เคารพ ศรัทธาเลื่อมใส แก่ประมุขสงฆ์ หรือประมุขศาสนาต่าง ๆ ทั่วโลกอีกด้วย.

- ตัวอย่าง เช่น 
- เฉพาะพระจีนรูปหนึ่ง ที่ชื่อ พระอาจารย์ยิ่น ซุ่น แห่งเมืองเสินเจิ้น ประเทศจีน นั้นเรียกได้ว่า แทบจะเอาเท้าของสมเด็จช่วง วางไว้บนศรีษะ ด้วยความเคารพนับถือยิ่งเลยทีเดียว (ผมรู้จักท่านดีรูปนี้)    รัฐบาล หรือ ผู้ที่คัดค้าน หรือออกมาโจมตีสมเด็จช่วง นั้น ทราบหรือไม่ว่า... อาจารย์ยิ่นซุ่น รูปนี้ มีตำแหน่งหรือมีความสำคัญอะไรที่ประเทศจีน.อาจารย์ยิ่นซุ่น นั้น ท่าน มีตำแหน่งทางการเมืองจีนด้วย คือ ท่าน เป็น สว.ของรัฐสภาจีน.ที่สำคัญท่านยัง เป็น รองประธานสงฆ์จีน ที่ควบคุมดูแล พื้นที่กว้าง ถึง ๘ มณฑล ซึ่ง ๑ มณฑลจีนนั้น มีพื้นที่ใหญ่กว่าประเทศไทยทั้งประเทศเสียอีก.

- นี่เพียงแค่นิกายพุทธ หรือ ประเทศที่นับถือพุทธเพียงประเทศเดียวเท่านั้น.ยังไม่นับรวม ถึง นิกายต่าง ๆ ที่ต่างศาสนา ที่กระจายอยู่ทั่วโลกอีกเป็นจำนวนมาก.ซึ่งประมุขสงฆ์ หรือนักบวชเหล่านั้น ล้วนรู้จัก และให้ความศรัทธาต่อสมเด็จช่วงทั้งสิ้น.

- ซึ่งแน่นอน ศาสนิกชนเหล่านี้ พวกเขาได้เฝ้าจับตามอง การดำเนินการเรื่องนี้ ของรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารในปัจจุบันนี้ ว่า"จะดำเนินการไปในทิศทางใด อย่างไม่กระพริบตา" นี่หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย.

นี้คือ ตัวอย่างทางโลกว่า...
- อันสมเด็จช่วงนั้น อย่าไปมองแค่ว่า แค่สังกัดวัดปากน้ำ หรือแค่พระสงฆ์ไทย ที่สังกัดประเทศไทยอย่างเดียวเท่านั้น. หากมองได้เพียงเท่านี้ นับว่า อันตรายในวงกว้างยิ่ง.

- ดังนั้น หากรัฐบาล หรือคณะบางกลุ่ม ที่เข้าลักษณะ ดึงเรื่อง มติ มส. เรื่องการสถาปนา สมเด็จพระสังฆราช ในครั้งนี้. 
- หรือกรณีมีบางกลุ่ม ได้ออกมาโจมตี ด่าทอ เช้าเย็น ถึงขนาด ส่อไปในทาง อาศัยหน่วยราชการรัฐ มาดำเนินการ ด้านดคีความต่าง ๆ. 
- หรือไปยื่นให้หน่วยงานรัฐ ออกตีความข้อกฏหมายสงฆ์ แบบคลุมเคลืออยู่. 
- คล้าย มีพฤติกรรม ที่คล้ายมีธงอยู่แล้ว เพื่อคัดค้าน ขัดขวาง กลั่นแกล้ง ต่อสมเด็จช่วง ในการขึ้นเป็นพระสังฆราชนั้น.
- ขอเตือนว่า "คิดดีดี คิดยาว ๆ". นะครับ.


สมเด็จช่วง วัดปากน้ำ กทม.
เรื่องทางธรรม.............
๑. เป็นที่ทราบกับว่า หลวงพ่อสมเด็จช่วงนั้น ท่านบวชตั้งแต่สามเณรอายุ ๑๒ ปัจจุบัน อายุ ๙๐ กว่า จะถึง ๑๐๐ ปี อยู่แล้วนั้น.  เรื่องคุณูประโยชน์ที่มีต่อวงการพระศาสนา ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ ที่เป็นรูปธรรม เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป ผมจะไม่นำมากล่าวถึง.

๒. แต่ผมกำลังจะกล่าว ถึงว่า..." ใครก็ตาม หน่วยงานไหนของรัฐก็ตาม ที่มากล่าวหาท่าน ใส่ร้ายท่าน ทั้งด้านคดีความทางโลก และปรับอาบัติท่านทางธรรมวินัย" นั้นนั่นเท่ากับว่า "พวกท่าน ได้ชื่อว่า เป็นผู้เข้าไป ทำลายศีล ทำลายธรรม ที่อยู่ภายในจิตใจของหลวงพ่อสมเด็จ สำเร็จไปเรียบร้อยแล้ว"
- ซ้ำตัวสมเด็จช่วงเอง ท่านเอง ก็ไม่ถือสาเอาความอีกด้วย."คุณธรรมที่ประมาณไม่ได้ ที่มีอยู่ในจิตใจของหลวงพ่อสมเด็จช่วง ที่ท่านสะสมมาแต่อดีตชาติ ถึงปัจจุบันชาติ เหล่านี้"ใครรับไหวครับ เรียงหน้ามาหน่อย.

๓. ถ้าความจำสังคมไม่เสื่อมกันจนเกินไป. รู้มัยครับ หลวงพ่อสมเด็จช่วง ได้เคยเปรย ๆ เรื่อง "รถหรู" นี้ไว้อย่างไร....ผมอยู่ถึงเบอร์ลิน จำไม่ลืมเลยครับ......
ท่านเปรยว่า "อย่างมากก็แค่ปลงอาบัติ"
โอ้ ....นี่ทางพุทธศาสนา ย่อมหนักแหน่นยิ่งกว่ากฏหมายใด ๆ ใน ๓ โลกเสียอีก.
เพราะนี่คือ กฏหมาย ที่เรียกว่า ธรรมวินัย 
ย่อมเหนือว่า 
"สมมติของโลก" อยู่แล้ว.



๔. นั่นหมายความว่า....ต่อให้ใครก็ตาม นำตัวท่านไปจองจำ นำท่านไปประหาร แต่ท่านก็เชื่อในเจตนาของท่านว่า "ตัวท่านบริสุทธิ์" ต้องบอกว่า ต่อให้เทวดา ยังไม่กล้าก้าวล่วง หลวงพ่อสมเด็จท่านเลยครับ หากท่านกล่าวถึงเพียงนี้ออกมา.
๕. ขอถามว่า "พวกท่านทั้งหลาย ที่รวมกันทำกรรมกับหลวงพ่อสมเด็จช่วงนี้"
- พวกท่านจะรับผิดชอบอย่างไร.
- พวกท่านจะรับผิดชอบกันไหวหรือ.
- ตรงนี้แหละ ที่ผมจะบอกว่า "กรรมหนักมาก หนักที่สุด" เลยครับ.
- แก้ไขอะไรไม่ได้ด้วย ทั้งไม่มีอะไรมาทดแทนให้กับท่านได้ด้วย.
- ผลกรรมตรงนี้ ผมเคยไปแจงไปแล้วในตอนต้น ๆ .
- น่ากลัวแทนจริง ๆ ครับ.
สุดท้าย ผมอยากจะบอกไปยังรัฐบาล และผู้เกี่ยวข้องว่า....
- ขณะนี้ พระสงฆ์สามเณร ตลอดจนชาวพุทธทั่วประเทศไทยทั้งหมด เขาพากันตั้งคำถามในใจกันว่า....
"ขนาดหลวงพ่อสมเด็จ วัดปากน้ำ ยังโดนขนาดนี้ แล้วเราจะไปเหลืออะไร".
- แม้แต่ตัว เจ้าคุณเบอร์ลิน เอง ก็ยังถามแบบนี้ในใจเลยครับ.
- โอ้....ชั่งเป็นคำถามที่แฝงนัยยะ อย่างละเอียดอ่อนยิ่ง และน่ากลัวยิ่งนัก.
- น่ากลัวต่ออนาคต ของพระศาสนา และอนาคตของประเทศเลยทีเดียว.
- จึง ได้แต่ ขอร้องไปยังรัฐบาล และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้โปรดพิจารณา และแก้ไขปัญหาสงฆ์นี้ด่วนด้วยครับ.
- ก่อนที่จะสายเกินแก้ และเกินที่พวกท่าน จะรับผิดชอบกันได้.
โชคดีมีชัยทุกท่าน.
เจ้าคุณเบอร์ลิน
10.03.2016
หมายเหตุ ..
- คำนายกบิ๊กตู่ที่ว่า "ให้คดีหมดก่อน จึงดำเนินการได้" ในกรณีสมเด็จช่วงนั้น..... 
- ท่านทราบมัยครับว่า...ท่านชี้โพลงให้กระรอกเสียแล้วว่า..
"ต่อไปนี้ ถ้าจะแกล้งใครสักคน ก็เพียงหาคดีให้ คนนั้นก็ไม่ต้องเลื่อนตำแหน่งอะไรกันแล้ว" 
- อมตะวาจาเลยครับ.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น